026199979-80, 097-0482031 krukateschoolpth@gmail.com

สลัดเปลือกแห่งความทุกข์!

ครูเคทไปอยู่อเมริกามาหนึ่งเดือน มีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลยในชีวิต ไม่ใช่ว่าอยู่เมืองไทยแล้วไม่มีความสุข แต่เพิ่งจะรู้ตัวว่า ความสุขจริงๆ ไม่ได้มาจากปัจจัยภายนอก แต่มาจากข้างในใจของเราเอง

ครูเคทเป็นผู้หญิงที่สนุกกับงานมาก หยิบจับอะไรก็สนุกและสำเร็จไปทุกเรื่อง เป็นคนมีความสุขมากๆ ในการทำงาน งานทุกอย่างที่ทำ ทำเพราะอยากทำ ทำเพราะมันส์ในอารมณ์ ไม่เคยทำเพราะต้องทำหรือเป็นหน้าที่ต้องทำ บรรดาเพื่อนฝูงและคนรู้จักมักจะเรียกครูเคทว่าเป็นสาวไฮเปอร์ ครูเคททำงาน 7 วันต่อสัปดาห์ แต่ก็มีเวลาลั้ลลา ทานข้าวกับเพื่อน เล่นไลน์ ออกกำลังกาย และดูซีรีส์เกาหลี เหมือนคนทั่วๆ ไปในทุกวัน จึงรู้สึกว่าตนเองนั้นโชคดีที่เป็นคนมีความสุข

ตลอดชีวิตการทำงาน ครูเคทเดินทางรอบโลก ได้เห็นและเรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย พบปะผู้คนหลากหลายทุกระดับ ตอนสาวๆ ได้เดินทางไปเรียนต่างประเทศ พอทำงานก็เดินทางไปประชุม ไปดูงาน ไปจัดงานแสดงสินค้า ไปบรรยาย ฯลฯ คือทุกครั้งที่เดินทางจะไปเพื่อไปทำงาน มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวแบบเที่ยวอย่างเดียวบ้างแต่ไม่มาก เพราะตารางงานไม่เคยมี slot ว่างยาวๆ พอที่จะลาพักร้อนไปเที่ยวอย่างจริงจัง (เพราะเราเป็นเติมลงไปให้เต็มเอง อิอิ)

การเดินทางไปอเมริกาครั้งนี้ เป็นการเดินทางที่มีการวางแผนไว้นาน จึงทำให้สามารถวางแผนการทำงานทุกอย่างให้เสร็จก่อนเดินทางโดยไม่ต้องห่วงอะไร ตอนที่นั่งทำกำหนดการเดินทางของตัวเอง ซึ่งปกติจะคิวแน่นเอียดในแต่ละวัน กำหนดการ ครั้งนี้มีแต่วันเดินทางไปและวันเดินทางกลับเท่านั้น ไปพักอยู่กับเพื่อนสนิทที่มีบ้านอยู่ที่นั่น ชีวิตในแต่ละวัน คือ ตื่นเช้า ลุกขึ้นมาดูแลตัวเองเสร็จ ก็ทำอาหารเช้า ทานเสร็จ ก็ทำความสะอาดบ้าน ตัดหญ้า ทำสวน ซ่อมนู่นนี่ แล้วแต่ว่าแต่ละวันจะเห็นว่ามีอะไรที่ต้องซ่อม นอกจากซ่อมแซมบ้าน ข้าวของเครื่องใช้แล้ว สิ่งที่ถนัดและมีความสุขในการทำสมัยวัยเด็ก และไม่ได้ทำอีกเลยทั้งชีวิตตั้งแต่โตขึ้น คือการทำงานฝีมือเย็บปักถักร้อย ก็เลยได้ขุดเอาเสื้อผ้าของตัวเองและเพื่อนมาซ่อมแซมซะ ตกบ่ายถ้าไม่ออกไปซื้อของหรือไปพิพิธพัณฑ์และศูนย์การเรียนรู้ต่างๆที่มีอยู่ทั่วจนเที่ยวทุกวันก็ไม่ครบ ก็จะทำอาหารไปนั่งทานกันที่สวนสาธารณะต่างๆ ตอนเย็น กลับมาเดินเล่นที่สวนสาธารณะหน้าบ้านซึ่งมีสนามเด็กเล่น เดินออกกำลังกาย นั่งดูเด็กๆ เล่นกัน ดูน้องหมาที่เดินมากับเจ้าของ ดูกระต่าย เป็ดและห่าน กระรอก นก ที่มีเต็มไปหมด ดูต้นไม้ แล้วก็กูเกิลหาข้อมูลเพิ่มว่าต้นไหนชื่ออะไร จนชักจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในการจำแนกต้นไม้แถบตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกาไปแล้ว แถมรู้จักแมลงและศัตรูพืชเพิ่มขึ้นด้วย

NjpUs24nCQKx5e1D7IIm3jGs2ZH1z6DLboB6UmyNDIm

การได้อยู่กับตัวเองอย่างแท้จริง ไม่มีหัวโขน ไม่มีฐานะทางสังคม ไม่มีใครรู้จัก ไม่มีความคาดหวัง ไม่มีความวิตกกังวล ได้อยู่กับธรรมชาติ ได้อยู่กับความเป็นปัจจุบัน ไม่คิดถึงอดีต ไม่คิดถึงอนาคต พึงพอใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าในปัจจุบัน รวมทั้งการได้พึ่งพาตนเองอย่างแท้จริง ทำอะไรเอง ชีวิตไม่ต้องขึ้นกับผู้อื่น และไม่ต้องแบกภาระของผู้อื่น ทำให้เกิดความสุขสงบอย่างแท้จริงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อกลับมาเมืองไทย รู้สึกว่าตัวเองมีพลังมากขึ้น มีสติปัญญาเพิ่มมากขึ้น สุขุมรอบคอบมากขึ้น สนุกกับงานมากขึ้น ตัวเองและสรรพสิ่งทั้งหลายรอบตัวดูมีคุณค่ามากขึ้น จากนี้ไป สัญญากับตัวเองว่าจะหาเวลาได้อยู่กับตัวเองและธรรมชาติอย่างนี้อีก อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ใครที่บ้างานและไม่เคยให้รางวัลตัวเอง ลองทำตามครูเคทดูเถอะค่ะ ปล่อยวางสลัดเปลือกแห่งความทุกข์ที่เผลอแบกเอาไว้ไม่รู้ตัว จะพบความสุขที่แท้จริงที่อยู่ในใจของเราเองและมีพลังในการดำเนินชีวิตต่อไป อย่างเต็มเปี่ยมค่ะ

ใครมีปัญหาเรื่องชีวิตและการทำงาน มารับคำปรึกษากับครูเคทได้ที่ KruKate Counseling Center โทร. 08 1458 1165 หรือเข้าไปสอบถามปัญหาพูดคุยกันได้ใน แฟนเพจwww.facebook.com/kateinspirer นะคะ

แก้ไม่ยาก! ถ้าถูกลูกน้องมองข้ามหัว

มีคุณผู้อ่านที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งใหม่ส่งอีเมลมาถามกับครูเคทที่ คุยกับคนดัง (talktoceleb@trendvg3.com) เรื่องลูกน้องไม่เคารพ “…คือหนูเพิ่งย้ายเข้ามาทำงานที่นี่ ลูกน้องเขาก็จะผูกพันกับหัวหน้างานคนเก่ามากกว่า เพราะเขาอยู่กันมานาน และที่สำคัญหัวหน้าคนเก่าเอาใจลูกน้องด้วยเงิน แต่หนูไม่ใช่ พอย้ายมาเขาก็เหมือนไม่ให้ความเคารพเรา ขอความร่วมมือไปก็ไม่ให้ความร่วมมือ พอมีอะไรนิดหน่อย ก็ปรึกษาหัวหน้าคนเก่า มองข้ามหัวเราไปเลย หนูรู้สึกเหนื่อยมาก เครียด ปล่อยวางก็ไม่ได้ เพราะผู้ใหญ่ก็มองอยู่ หนูควรจะทำยังไงดีคะ รบกวนขอคำปรึกษาด้วยค่ะ เพราะตอนนี้กำลังคิดว่าจะลาออกจากงานอยู่ค่ะ…”

หากวิเคราะห์จากเรื่องที่เล่ามานี้ เป็นเรื่องที่พบได้ในที่ทำงานอยู่บ่อยๆ เมื่อมีการโยกย้ายตำแหน่งงาน ทั้งคนเป็นหัวหน้าและลูกน้องต่างก็ต้องปรับตัวกัน ในช่วงต้นก็อาจจะเครียดหรือเกร็งกันอยู่สักหน่อย แต่พอผ่านไปคนเราจะปรับตัวและยอมรับกับวิธีการทำงานใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่ นายหรือลูกน้องใหม่ได้เอง อย่าเพิ่งคิดจะลาออกเลยค่ะ

นายใหม่ควรมองตัวเองให้ชัดเจน รู้จัก และยอมรับตนเองให้ได้เสียก่อนว่าตนเป็นคนอย่างไร มีความรู้ความสามารถความถนัดด้านใด อย่านำตัวเองไปเปรียบเทียบกับนายเก่า เพราะผู้บริหารแต่ละคนจะมีสไตล์การบริหารงานที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น นายเก่าเป็นคนคุยเก่ง เอาใจลูกน้องเก่ง เรียกว่า เก่งคน แต่เราเองอาจจะไม่ค่อยเก่งเรื่องคนสักเท่าไร แต่เก่งงาน ก็ให้พิจารณาว่าเราจะนำจุดแข็งหรือความเก่งงานของเรามาใช้กับทีมงานของเราอย่างไร

นายที่เก่งงานก็สามารถใช้ความเก่ง ทักษะ และประสบการณ์มาช่วยให้ลูกน้องและทีมทำงานอย่างมีประสิทธิภาพหรือแก้ไขปัญหาได้ ส่วนนายที่เก่งคน มีมนุษยสัมพันธ์ดีก็สามารถใช้ทักษะด้านคนมาช่วยให้ลูกน้องเกิดกำลังใจ สามารถดึงศักยภาพของลูกน้องออกมาได้ดี แต่ถ้าเก่งทั้งคนเก่งทั้งงานก็จะเป็นเจ้านายในดวงใจของลูกทีมทั้งทีม แต่ไม่ว่าจะเก่งด้านใดหรือเก่งมากเก่งน้อยแค่ไหน สิ่งสำคัญคือ นายต้องรู้จักจุดแข็งของตนเองและรู้จักนำออกมาใช้ ยอมรับจุดอ่อนของตนเอง ไม่ต้องเสแสร้งว่าเก่ง และรู้จักใช้จุดแข็งของลูกน้องมาทดแทนจุดอ่อนของเรา

NjpUs24nCQKx5e1D8dSlvAK4t9GLtfIWUJSbMMJjRIV

เมื่อย้ายมารับตำแหน่งใหม่ สิ่งที่ “ไม่ควรกระทำ” อย่างยิ่งคือการนินทานายเก่า เพราะลูกน้องย่อมมีความผูกพันกับนายเก่าอยู่ (หากเขาเป็นนายที่ดี) แต่ควรสอบถามพูดคุยกับทีมงานถึงวิธีการทำงานที่ผ่านมา (กับนายเก่า) สิ่งที่พวกเขาชอบหรือไม่ชอบ ฟังข้อเสนอแนะของลูกทีมว่าในโอกาสที่คุณเข้ามารับตำแหน่งใหม่ พวกเขาอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไร อย่างไร อยากให้คุณให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการทำงานของพวกเขาอย่างไร

นายใหม่ที่รู้ตัวว่าไม่เก่งเรื่องคน ไม่ต้องกังวล เปรียบเทียบตัวเองกับนายเก่าของพวกเขา ที่เล่ามาว่านายเก่าเลี้ยงลูกน้องด้วยเงิน เราก็ไม่จำเป็นต้องทำตาม เราเลี้ยงลูกน้องด้วยใจจะดีกว่า เช่น

• รับฟังปัญหาของลูกน้องอย่างเข้าใจ (ไม่ใช่พูดมากอยู่ข้างเดียว)
• ให้เกียรติลูกน้องด้วยการรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะที่แตกต่างจากความคิดเรา
• ไม่สั่งงานด้วยพระเดชว่าเราเป็นหัวหน้า แต่ควรอธิบายความต้องการของเราและสอบถามความเห็นและวิธีการทำงานของลูกน้องที่เขาคิดว่าอยากจะทำเพื่อให้ไปสู่เป้าหมายเดียวกัน (ไม่ต้องบังคับกะเกณฑ์ให้เขาทำเหมือนกันกับเรา ขอแค่ผลงานได้มาตรฐานเดียวกันก็พอ)
• รับผิดแทนทีม อย่าโทษว่าความผิดเกิดจากลูกน้อง เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นอย่าตำหนิที่ตัวคน แต่ให้ช่วยกันมองหาว่าขั้นตอนใดที่ก่อให้เกิดความผิดพลาดและช่วยกันแก้ไข
• ไม่รับความดีความชอบคนเดียว จำไว้ว่าคุณได้รับคำชมเพราะทุกคนในทีม หากหัวหน้าผิด อย่าตะแบง ยอมรับความผิดพลาดต่อทีม และช่วยกันหาทางแก้ไข
• สุดท้าย อย่าลืมขอบคุณ ชมเชย และขอโทษลูกน้องให้เป็น

ใครที่ไม่มีความสุขกับงาน หรือมีปัญหาด้านชีวิต ครอบครัว ความสัมพันธ์ มารับคำปรึกษากับครูเคทได้ที่ KruKate Counseling Center โทร. 0814581165 เพื่อนัดคิว หรือเข้าไปแชร์ประสบการณ์ในแฟนเพจ www.facebook.com/kateinspirer ได้นะคะ

Newsletter

Contact us

โรงเรียนสอนภาษาครูเคท สาขาพญาไท